L'Oreal Citizen Day ครบรอบ 107 ปี ลอรีอัล ชวนพนักงานทำดีคืนสู่สังคม

ลอรีอัล (ประเทศไทย) จัดกิจกรรม “ลอรีอัล ซิติเซ่น เดย์” (L’Oreal Citizen Day 2016)       มอบหนึ่งวันทำงานรวมทีมผู้บริหาร พนักงานจิตอาสากว่า 400 คน พร้อมด้วยพรีเซนเตอร์การ์นิเย่ เมน ผลิตภัณฑ์ในเครือลอรีอัลรีอัล อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ร่วมด้วยกลุ่มพันธมิตรหลัก อาทิ สตรีนักวิทยาศาสตร์จากเวทีทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ จังหวัดสมุทรปราการ ศูนย์จัดการพื้นที่   สีเขียวเชิงนิเวศนครเขื่อนขันธ์ กลุ่มเครือข่ายรักษ์คุ้งบางกระเจ้า และ กลุ่มนักเรียนในบริเวณพื้นที่ ร่วมทำประโยชน์คืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน สานต่อกลยุทธ์และนโยบายการดำเนินงานของบริษัท มุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจให้บรรลุเป้าหมาย “Sharing Beauty With All” หรือ "การแบ่งปันความงดงามให้ทุกสรรพสิ่ง” พร้อมร่วมฉลองในโอกาสครบรอบ 107 ปี ลอรีอัล กรุ๊ป ภายใต้ คอนเซ็ปต์ I Feel Good to Do Good รู้สึกดีที่ได้ทำ ณ บางกระเจ้า สมุทรปราการ

นางนาตาลี เกอร์ชไตน์ เคอโรวดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรม ซิติเซ่น เดย์ (Citizen Day) เป็นกิจกรรมที่ลอรีอัลทั้ง 130 ประเทศทั่วโลก จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบบริษัท โดยในปีนี้นับว่าเป็นการครบรอบปีที่ 107 ของการก่อตั้ง และเป็นปีที่ 7 ของกิจกรรม ซิติเซ่น เดย์ (Citizen Day) ภายใต้คอนเซ็ปต์ I Feel Good to Do Good รู้สึกดีที่ได้ทำ นอกจากนี้ยังเป็นการระลึกถึงความมุ่งมั่นของลอรีอัลที่จะร่วมสร้างสังคมให้สวยงามและเท่าเทียมกัน ด้วยสำนึกแห่งความรับผิดชอบตามเจตนารมณ์ของ มร. ยูชีน ชูแลร์ นักเคมีชาวฝรั่งเศสผู้ก่อตั้งบริษัท”

โดย ซิติเซ่น เดย์ (Citizen Day) เป็นกิจกรรมที่มอบหนึ่งวันทำงานให้พนักงานจิตอาสาได้ทำประโยชน์คืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน สำหรับในปีนี้ ลอรีอัล ประเทศไทย นำทีมโดยกลุ่มผู้บริหาร และพนักงาน จิตอาสาเข้าร่วมกว่า 400 คน พร้อมด้วยพรีเซนเตอร์การ์นิเย่ ผลิตภัณฑ์ในเครือลอรีอัล อนันดา เอเวอร์    ริ่งแฮม เข้าร่วมกิจกรรม โดยตลอด 6 ปีที่ผ่านมากิจรรม ซิติเซ่น เดย์ (Citizen Day) มีพนักงานจิตอาสาจากทั่วโลกเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวกว่า 25,000 คน ด้วยจำนวนชั่วโมงในการบำเพ็ญประโยชน์มากกว่า 200,00 ชั่วโมงจากทั่วโลก

นางนาตาลี กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เราสนับสนุนให้พนักงานทำความดีเพื่อสังคมมาโดยตลอด ในฐานะที่ลอรีอัลเป็นผู้นำด้านความงามระดับโลก นอกจากการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ความงามให้แก่ผู้คนทั่วโลกแล้ว ก็ยังไม่ลืมที่จะสร้างความสวยงามให้แก่สังคมรอบตัวด้วยการส่งต่อความดีให้แก่กันด้วยการทำความดีให้สังคม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรที่มุ่งพัฒนาด้านธุรกิจความงามควบคู่กับการทำประโยชน์ตอบแทนคืนสู่สังคม นอกจากนี้ยังเป็นการสานต่อนโยบายและหนึ่งในกลยุทธ์  การดำเนินงานของบริษัท ภายใต้พันธสัญญาว่าด้วยความยั่งยืน Sharing Beauty with All หรือ การแบ่งปันความงดงามให้ทุกสรรพสิ่ง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นภายในปี 2020 นับว่าเป็นความมุ่งมั่นของ ลอรีอัลในการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายของลอรีอัล กรุ๊ป ซึ่งประกอบไปด้วยการสร้างนวัตกรรม กระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน การใช้ชีวิต และการพัฒนาในด้านต่างๆ ด้วยความยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง”

โดยในปีนี้ ลอรีอัล (ประเทศไทย) ได้เลือกพื้นที่บริเวณ บางกระเจ้า สมุทรปราการ เป็นสถานที่ในการทำกิจกรรม เนื่องจากบางกระเจ้าเป็นสถานที่ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ แต่ยังคงแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์จนกลายเป็นแหล่งผลิตโอโซนติดอันดับโลก รวมทั้งได้รับการขนานนามว่าเป็น ปอด ของกรุงเทพ และได้รับการยกย่องว่าเป็น The Best Urban Oasis of Asia ในปี 2006 จากนิตยสาร Time Asia อีกด้วย สำหรับกิจกรรมในปีนี้ ประกอบไปด้วย

·       กิจกรรมปลูกต้นลำพู ณ ชมรมอนุรักษ์ต้นลำพู บางกระสอบ เพื่อเป็นการคงธรรมชาติให้มีความสมบูรณ์ต่อไป เนื่องจากต้นลำพูเป็นต้นไม้หลักที่ใช้ในการชี้วัดคุณภาพระบบนิเวศ

·       กิจกรรมทาสีเส้นทางปั่นจักรยาน (สวนป่า) เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่บริเวณบางกระเจ้า ได้รับความนิยมให้เป็นเส้นทางปั่นจักรยานอันดับต้นในกลุ่มนักปั่น และเพื่อเป็นการปรับวิสัยทัศน์       บนเส้นทางปั่นจักรยานดังกล่าว

·       กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ความรู้กับนักเรียนในชุมชน เกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมต่างๆ นำโดย ผศ. ดร.อรฤทัย ภิญญาคง หนึ่งในนักวิจัยสตรี ผู้ที่เคยได้รับการสนับสนุนผ่านโครงการทุนวิจัยลอรีอัลประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ เมื่อปี 2557 พร้อมด้วย   คณะนิสิต จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

·       กิจกรรมบริการตัดผมฟรี ณ สวนศรี นครเขื่อนขันธ์ บริการตัดผมฟรีให้แก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณบางกระเจ้า โดย พนักงานจิตอาสา แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ

นางนาตาลี กล่าวทิ้งท้ายว่า “กิจกรรม ซิติเซ่น เดย์ (Citizen Day) จะยังคงดำเนินต่อไปในทุกปี เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกในเรื่องของสิ่งแวดล้อม สำหรับกิจกรรมในปีนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสานต่อเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน รวมทั้งสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่บางกระเจ้า และทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้อย่างยั่งยืน”